คลองสวย น้ำใส ไหลสะดวก

เทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับเรือนจำจังหวัดน่าน และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ดำเนินกิจกรรม “คลองสวย น้ำใส ไหลสะดวก” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน 2556 ที่จะถึงนี้

 

นายกเมืองน่าน ตรวจสอบสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เข้าตรวจสอบความคืบหน้าในการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำเข้าท่วมในเขตชุมชนเทศบาลเมืองน่าน

7 วันอันตราย น่าน ตาย 3

นายชุมพร แสงมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556 จังหวัดน่านและแถลงข่าวเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 7 วัน สัญจรปลอดภัย ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2556 ว่า จังหวัดน่านเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 72 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ Admit จำนวน 74 รายแยกเป็นชาย 59 ราย หญิง 15 ราย เสียชีวิต 3 ราย (ชาย 3 ราย)การบังคับใช้กฎหมาย(สะสม 7 วัน) เรียกตรวจรวม จำนวน 13,333 คันกระทำผิดและดำเนินคดี 2,184 ราย ปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556 คือ 1. การดื่มสุราแล้วขับรถ 2. ขับรถเร็วเกินกำหนด 3. ไม่สวมหมวกนิรภัย4. พฤติกรรมการเสี่ยง 5. ขาดวินัยการจราจร
เมื่อเปรียบเทียบการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ปี 2555 จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ 62 ครั้ง บาดเจ็บ 75 คน เสียชีวิต 2 คน ปี 2556 จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ 72 ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 บาดเจ็บ 74 คน ลดลงร้อยละ 1 เสียชีวิต 3 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ ถนนในอบต.หรือหมู่บ้าน เกิดขึ้น 25 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 35 กรมทางหลวงชนบท เกิดขึ้น 23 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 32 ถนนของกรมทางหลวง เกิดขึ้น 21 คิดเป็นร้อยละ 29 ถนนของ และถนนในเมือง เกิดขึ้น 3 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 4
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้วเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นเป็นอันตรายทั้ง 365 วัน แต่ในช่วง 7 วัน คือ ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2556 เป็นช่วงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากประชาชนเดินทางสัญจรกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดน่านได้ใส่ใจดูแลผู้สัญจรบนท้องถิ่นอย่างดี มาโดยตลอด

ผู้ว่าฯน่าน นำทีมจับม้งพะเยา ส่งยาเข้าน่าน


วันนี้(16 ก.พ.) นายชุมพร แสงมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนายบุญยัง เรือนกูล นายอำเภอเมือง ร่วมกันวางแผนให้นายบุญมาก นาควัชระ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมือง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดน่าน นำกำลังเข้าสกัดกั้นยาเสพติดบริเวณรอยต่อกับจ.พะเยา หลังสืบทราบว่าจะมีผู้ค้ายาเสพติดชาวม้งจากอ.ปง จ.พะเยา นำยาบ้ามาส่งให้กับกลุ่มชาวม้ง บ้านปางเป๋ย หมู่ 6 ต.สะเนียน อ.เมือง และกลุ่มชาวม้ง บ้านบ่อหอย หมู่ 6 ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา โดยใช้เส้นทางเดินเท้าในการลำเลียง

เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าดักซุ่มที่บริเวณป่าระหว่างบ้านสบขุ่น หมู่ 7 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา กับบ้านพี้เหนือ หมู่ 4 ต.บ้านพี้ อ.บ้านหลวง เขตอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ต่อมาพบชาย 2 คน เดินสะพายถุงย่ามขาว 1 คน เดินทางมาถึงจุดที่ซุ่มรออยู่ จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่คนที่สะพายถุงย่ามสีขาว ซึ่งคาดว่าจะมียาบ้าจำนวนมากหนีเข้าป่าไป แต่เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ 1 ราย ทราบชื่อนายชาตรี อัศวจินดาพล อายุ 60 ปี เป็นชาวม้ง อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 7 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา พร้อมยาบ้า 194 เม็ด เงินสด 5,700 บาท

สอบสวนนายชาตรีไม่ยอมเปิดเผยผู้ที่หลบหนีว่าเป็นใคร และจะนำยาเสพติดไปส่งให้ใคร เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่งสภ.บ้านหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนายบุญมาก เปิดเผยว่า ระหว่างงควบคุมตัวนายชาตรี ได้ยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 50,000 บาทให้ปล่อยตัวไป จึงวางแผนตอบตกลง เมื่อญาตินำเงินมามอบให้ จึงควบคุมตัวและดำเนินคดีข้อหาร่วมกันกระทำความผิดติดสินบนเจ้าหน้าที่ ก่อนนำตัวไปตรวจค้นบ้านของนายชาตรี เพื่อขยายผลถึงขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป

งานสืบสานวัฒนธรรมไตลื้อ อำเภอปัว จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ ๒๕ กุภาพันธ์ ๒๕๕๖ เวลา ๒๐.๐๐ น.
ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปัว อ.ปัว จ.น่าน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ลดาวัลย์ วงศรีวงศ์
นายกสมาคมไตลื้อแห่งประเทศไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีพี่น้องชาวไตลื้อจาก ๗ จังหวัดภาคเหนือ
และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานเป็นจำนวนมากในงานมีการกินขันโต๊ก
การแสดงบนเวทีของชุมชนไตลื้อ การประกวดเยาวชนไตลื้อพูดภาษาไตลื้อ
การประกวดแม่บ้านไตลื้อ ฯลฯโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดงานครั้งนี้จาก
อบจ.น่าน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) และภาคเอกชน ร้านค้า และทุกภาคส่วน

รถชน อดีต ส.อบต.บ่อ2 สมัย ตายคาที่

เมื่อวันที่ 22กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 14.00 น. ร.ต.อ.ธีระวัฒน์ วังแสง ร้อยเวร.สภ.เมืองน่านจ.น่าน ได้รับแจ้งศูนย์วิทยุน่านฟ้า (ศูนย์วิทยุจังหวัดน่าน) ว่ามีเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจยย. มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุที่บริเวณโค้งหาดปลาแห้ง กม.ที่ 26 – 27 ถนนสายน่าน – ท่าวังผา ต.บ่อ อ.เมืองน่าน จ.น่าน จึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมด้วยจนท.ตร.วิทยาการ

พบจนท.ชุดกู้ภัยอบจ.น่าน กำลังให้ความช่วยเหลือ นายผล คำลือ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่47 บ้านหาดปลาแห้ง หมู่ 9 ต.บ่ออ.เมืองน่าน จ.น่าน อดีต ส.อบต.บ่อ 2 สมัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว แล้วได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาซึ่งนอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนเลนด้านซ้ายมือทางเข้าในตัวเมืองน่านสวมเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน สวมกางเกงยีน สภาพกะโหลกศีรษะแตกคอหัก กระดูกไหปลาร้าหักแขนหัก ห่างจากที่เหตุประมาณ 100 เมตรพบรถยนต์กระบะยีห้อโตโยต้าสีดำ ทะเบียน บว 9478 ระยองสภาพรถยนต์ด้านหน้าได้รับความเสียหายขับเคลื่อนไม่ได้ที่ใต้ท้องรถยนต์ทับรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว – ดำ ทะเบียน กมร 83 น่าน สภาพรถจยย.ได้รับความเสียหายทั้งคันโดยมีนายยงยุทธ สินพูล อายุ 56ปี บ้านเลขที่ 180 / 40 หมู่4 ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะ ยืนตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จาการสอบสวนนายยงยุทธฯ คนขับในเบื้องต้น ทราบว่าขณะที่ตนเองขับขี่รถยนต์เมื่อจะไปหาญาติที่อำเภอท่าวังผาเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นหน้าตลาดชุมชนบ้านหาดปลาแห้ง ได้มีนายผลฯ ได้ขับขี่ขับขี่รถจยย.อยู่ด้านหน้าและนายผลฯได้เลี้ยว รถจยย.กะทันหัน ซึ่งตนเองขับรถอยู่ในเลนของตนเองแล้วทำให้รถยนต์ทีวิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนรถจยย.อย่างแรงจนนายผลฯ กระเด็นตกลงจากรถจยย.ไปตกอีกเลนหนึ่งห่างจากจุดชนประมาณ 20 เมตรและรถได้ติดอยู่ใต้รถถูกรถยนต์ลากไปไกลประมาณ 100 กว่าเมตรจึงได้บันทึกทำแผนที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานและได้มอบศพให้ จนท.กู้ภัย อบจ.น่านนำส่งไปตรวจชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

จ.น่าน อพยพ ๒ หมู่บ้านเสี่ยงโคลนถล่ม

นายวิทยา กามนต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการประชุมหารือการอพยพราษฎร บ้านมณีพฤกษ์ 1 และ 2 ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเกิดแผ่นดินเลื่อนไหล เกิดรอยแยก และเสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม เพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎร

โดยมีคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย อ.ทุ่งช้าง ,ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ,อบต.งอบ,จังหวัดทหารบกน่าน และสำนักงานไฟฟ้าสาขาน่าน  ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน ที่มา เดลินิวส์

พระโบราณอายุ400ปี ถูกขโมย ชาวบ้านสาบแช่งโจร

ที่บริเวณลานหน้าพระวิหารวัดเจดีย์ หรือวัดคาว หมู่ 3 ตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน ได้มีชาวบ้านบ้านเจดีย์สุดทน ได้พากันไปทำพิธีสาปแช่งโจรที่ขโมยพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 400 ปี จำนวน 9 องค์

ที่เป็นองค์เล็กขนาดหน้าตักไม่เกิน 5 นิ้ว สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ เนื้อดินและไม้แกะสลักสวยงามเป็นลักษณะฝีมือคนโบราณสมัยอยุธยาไปจากวัด โดยการนุ่งขาวห่มขาวสวดมนต์อธิษฐานให้ได้พระดังกล่าวคืนมา และสวดมนต์ไล่เสนียดจัญไรทั้งหลาย

ต่อหน้าองค์พระประธานของวัด หลังจากนั้นได้นำพริกและเกลือออกมาเทใส่กองไฟที่กำลังลุกไหม้หุ่นฟางจำลอง เป็นร่างโจรที่ขโมยพระพุทธรูปโบราณดังกล่าว พร้อมให้แม่ม่าย พ่อม่าย กล่าวถ้อยคำสาปแช่งต่างๆ

 

เรือเทพนรสิงห์ 88 คว้าแชมป์เรือยาวลำน้ำน่าน

วันที่ 16 กันยายน 2555 ที่บริเวณลำน้ำน่านหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวันที่สองของการแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2555 รอบชิงชนะเลิศเรือยาวใหญ่ เรือเทพนรสิงห์ 88 เฉือนเอาชนะเรือเจ้าแม่ประดู่ทอง คว้าแชมป์เรือยาวใหญ่สนามพิษณุโลกไปครอง ได้รับถ้วยพระราชทานของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมรางวัลเงินสด 50,000 บาท และพระพุทธชินราชบูชา